|
กรุงเทพ : นับว่าเป็นอุบัติเหตุ
ครั้ง ร้ายแรงที่สุด ในรอบปี
พ.ศ.2533 สร้างความเสียหาย
และเป็นโศกนาฏกรรมคร่าชีวิต
ประชาชนที่กำลังใช้รถใช้ถนน
จำนวนมากมายมหาศาล
เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อ
เวลา 22.30 น. ของวันที่ 24
ก.ย.2533 โดยรถบรรทุกก๊าซ
ขนาด 4 หมื่นลิตรอยู่ในถังคู่
ขนาดใหญ่ วิ่งลงทางด่วน
เพชรบุรีด้วยความเร็วสูง
จนเกิดอุบัติเหตุ
ซึ่งยังไม่อาจระบุแน่ชัดว่าเกิด
พริกคว่ำเพราะเหตุใด รถบรรทุก
ก๊าซเสียหลัก และเกิดระเบิดสนั่น
หวั่นไหว เปลวไฟพวยพุ่งไป
รอบทิศทาง กลายเป็นทะเลเพลิง
เผาประชาชน ที่ขับขี่ยวดยาน
ทั้งเป็นรวมทั้งรถเก๋งรถจักรยาน-
ยนต์และรถอื่นๆ ในรัศมี 100
เมตร เสียชีวิตบน
ถนนทันที 8 ศพ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกไฟคลอกตามเนื้อตัว
บางคนถูกไฟไหม้เสื้อผ้าจนไม่เหลือติดร่างกายอีกจำนวนนับร้อยคน
|
|
| ความรุนแรงของไฟนรกจากรถบรรทุกก๊าซที่ระเบิดพวยพุ่ง
เข้าไปในตึก 2 ข้าง ถนนเพชรบุรี รวมไปถึงหอพักสตรี เพชรบุรี
ที่มีผู้อยู่ภายในกว่า 60 คน ต่างหลบหนึเอาตัวรอดแต่ก็มิอาจพ้นเปลวเพลิงนรกไปได้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตกว่า
30 ชีวิต |
 |
จากการสอบสอนหาสาเหตุของเจ้าหน้าที่ถึงเหตุการณ์น่าสลดใจดังกล่าว
ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์กว่า 12
ราย ต่างให้การตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุรถบรรทุกก๊าซวิ่งลงทางด่วนโดยได้สัญญาณไฟเขียวเลี้ยวขวา
ขณะนั้นได้มีสาม หมายเลข 1 ส-6752 วิ่งจากประตูน้ำ มุ่งหน้าทางแยกมิตรสัมพันธ์
ฝ่าสัญญาณไฟแดงวิ่งตัดหน้ารถบรรทุกก๊าซ ทำให้รถบรรทุกก๊าซหักหลบกะทันหันรถเสียหลักพุ่งเข้าชนตึกข้างทางจนพลิกคว่ำก๊าซระเบิด
แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ด่วนสรุป และเมื่อทางสถาบันนิติเวช
ได้ทำการชันสูตรศพ ตรวจกระเพาะอาหารโชเฟอร์ตีนผี หรือนายสุทัน
ฝักแคเล็ก พบทั้งฤทธิ์สุราและยาบ้าในระบบทางเดินอาหาร
|
|
จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต
90 ศพ บาดเจ็บ 121 ราย รถยนต์ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ไป
43 คัน จักรยานยนต์ 4 คัน แรงระเบิดยังส่งผลให้เพลิงเผาไหม้บ้านเรือนสองฝั่งฟากถนนอีก
38 หลังคาเรือน ค่าเสียหายนับสิบๆล้านบาท
จากการสอบสวนของ
สน.พญาไทมิอาจเอาโทษกับโซเฟอร์ได้ เพราะนายสุทัน ฝักแคเล็ก
ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่มิได้เพิกเฉย
ตำเนินการตรวจสอบเจ้าของกิจการรถบรรทุกก๊าซทันที พบว่า
นายวรวิทย์ วีระบวรพงษ์ อายุ 44 ปี เจ้าของบริษัทอุตสาหกรรมก๊าซสยาม
จำกัด
อย่างไรก็ตาม
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ไว้กับหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ
ให้หันมาเหลียวแลกับกฎข้อบังคับที่มีอยู่ให้เคร่งครัดขึ้น
|
 |
|